ศูนย์เตือนภัยพิบัติภาคประชาชน

16
Oct 2014

ศูนย์เตือนภัยพิบัติภาคประชาชน

25 ลุ่มน้ำสำคัญ

alt

                ประเทศไทยตั้งอยู่ในเขตอิทธิพลของลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่มีความชัดเจนมาก ฝนจึงตกในพื้นที่นี้เป็นประจำทุก ๆ ปี  แต่ขณะนี้ภูมิอากาศของโลกกำลังแปรปรวนและส่งผลกระทบไปทั่วภูมิภาค  สังเกตได้จากเหตุการณ์ในช่วงเวลาหลายปีที่ผ่านมาฝนมาเร็วกว่าปกติบ้าง ทิ้งช่วงเป็นเวลานานบ้าง ตกหนักเฉพาะบางพื้นที่และตกต่อเนื่องนานวันบ้างเหล่านี้เป็นต้น  ทั้งที่ปริมาณน้ำฝนอาจไม่เปลี่ยนแปลงจากปกติมากนัก แต่ปริมาณน้ำฝนไม่รวมตัวกันอยู่ ณ บริเวณใดบริเวณหนึ่งมากพอที่จะทำให้เกิดอันตรายแก่ชีวิตและเกิดความเสียหายแก่ทรัพย์สินได้ นั่นคือ อุทกภัย ที่เป็นปัญหาทำความไม่สบายใจแก่ประชาชนโดยทั่วไป “น้ำท่วม”!

                การพัฒนาทางสังคม พฤติกรรมในการดำรงชีวิตและการประกอบอาชีพ ก็เป็นปัจจัยหนึ่งที่เสริมให้เกิดปัญหาอุทกภัยขึ้นในหลายพื้นที่ การทำลายป่า – การปิดกั้นทางน้ำ เป็นตัวการที่เร่งให้เกิดน้ำท่วม “น้ำท่วมเพราะคนทำให้ท่วม”!

               ในผืนแผ่นดินไทยนี้มีแม่น้ำที่ถือว่าเป็นสายหลักอยู่ 25 สาย และมีลำน้ำสายรองหรือลำน้ำสาขาอยู่ทั้งหมดประมาณ 254 สาย ลำน้ำสาขาเหล่านี้เป็นเส้นทางให้น้ำไหลไปรวมกันในแม่น้ำสายหลัก แล้วไหลลงสู่ทะเลในที่สุด พื้นที่บริเวณแม่น้ำและลำน้ำสาขาเหล่านี้เป็นที่ตั้งถิ่นฐานของผู้คนส่วนใหญ่ในประเทศนี้ เพราะตั้งแต่บรรพบุรุษเป็นต้นมาคนไทยมีอาชีพในทางเกษตรกรรม  อาศัยน้ำในการประกอบอาชีพ “น้ำคือชีวิต”

              น้ำไหลจากที่สูงสู่ที่ต่ำจากเทือกเขาลงสู่ทะเล น้ำไหลไปตามเส้นทางที่เป็นที่ลุ่ม น้ำไม่ได้ไหลมาเพื่อท่วมใคร น้ำต้องการไปสู่ทะเล การจัดให้มีที่กักเก็บน้ำเอาไว้ใช้ให้พอเพียง และจัดให้น้ำส่วนเกินไหลไปตามทางของเขาอย่าขวางกั้น “น้ำต้องมีที่อยู่และมีที่ไปปัญหาอุทกภัยจะบรรเทาลงได้”

       ภัยธรรมชาติโดยเฉพาะอุทกภัยนั้นห้ามไม่ได้ แต่สามารถบรรเทาสาธารณภัยหรือลดความเสียหายลงได้เพราะภาวะน้ำท่วมเป็นปรากฎการณ์ที่มีสิ่งบอกเหตุ ถ้าเรารู้จักธรรมชาติของน้ำรู้จักพฤติกรรมตามธรรมชาติของเขาเราเตรียมรับมือได้ เป็นปัจจัยสำคัญในการเตรียมความพร้อมของตัวเราเองที่จะเผชิญกับภาวะคุกคามนั้น อีกประการหนึ่งในมิติของเวลาคือการที่เรารู้ล่วงหน้าว่าภัยจะมาและมีเวลาในการปรับตัวเองเพื่อเผชิญกับภัยนั้นก็มีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนกว่ากัน  รู้ล่วงหน้าด้วยภูมิปัญญาท้องถิ่น – ด้วยวิทยาศาสตร์ ด้วยเทคโนโลยี ด้วยผลจากการวิเคราะห์ทางสถิติ ทั้งหลายทั้งปวงเหล่านี้ต้องนำมาบูรณาการกันเพื่อให้ได้คำตอบที่ชัดเจนและใกล้เคียงความเป็นจริงมากที่สุด การเผชิญกับภัยพิบัติเป็นกระบวนการกระทำที่ต้องมีการจัดการอย่างเป็นระบบ ต้องทำงานเป็นกลุ่มเป็นคณะ หน้าที่ต้องชัดเจน การประสานการทำงานต้องไม่สับสน เผชิญภัยอย่างมีสติไม่ตื่นตระหนก และผู้ร่วมงานทุกคนต้องเข้าใจแผนงานหรือแนวคิดที่ได้กำหนดไว้ “มีความพร้อม ทันเวลา เมื่อภัยมา รับมือได้”

              การเผชิญกับภัยพิบัติในเบื้องต้นไม่มีใครทำได้ดีไปกว่าผู้ที่กำลังเผชิญกับภัยนั้น จึงเป็นแนวคิดของ ศภช. กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ที่จะสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชนในพื้นที่เสี่ยงภัยเป็นลำดับแรก ให้เขาเข้าใจธรรมชาติของภัย – รู้จักสังเกต – วิเคราะห์ – แจ้งข่าว – ประสานงาน และเตือนภัยในชุมชนของตนในกรณีที่ภัยเกิดขึ้นอย่างกระทันหันหรือเมื่อได้รับแจ้งจาก ศภช. หรือหน่วยงานที่มีหน้าที่ ต้องการให้ชุมชนในพื้นที่เสี่ยงภัยทำหน้าที่เหมือนกับศูนย์เตือนภัยในพื้นที่ เรียกว่า ศูนย์เตือนภัยพิบัติภาคประชาชน โดยอาศัยผู้มีจิตอาสาในหมู่บ้านหรือในชุมชนนั้น

                ฤดูกาลไม่รอท่า น้ำหลากลงมาไม่รอใคร ศภช. จึงเร่งที่จะลงไปหาชุมชนไปให้ความรู้ ไปวางระบบการติดต่อเพื่อแจ้ง – เตือนภัย  ไปกระตุ้นให้ชุมชนเห็นความสำคัญในการเตรียมตัวให้พร้อม การจัดระบบเผชิญเหตุ และการร่วมมือกับหน่วยงานที่สนับสนุนหรือช่วยเหลือ โดยเฉพาะในการเผชิญกับอุทกภัย ศภช. เข้าใจดีว่าไม่สามารถจะเดินสายอบรม – ฝึกให้แก่ทุกชุมในพื้นที่ 25 ลุ่มน้ำ ได้ภายในเวลาอันรวดเร็ว เพราะมีชุมชนหรือหมู่บ้านมากมายหลายหมื่น ศภช. จึงได้วางการอบรม – ฝึกเป็นเครือข่าย โดยหวังว่าหมู่บ้านหรือชุมชนที่ได้รับการอบม – ฝึกแล้วจะช่วยขยายความคิดหรือเผยแพร่การปฏิบัติต่อๆ กันไป  หรือแม้แต่องค์กรท้องถิ่นหรือท้องที่หากเห็นดีเห็นงามก็คงจะช่วยขยายความคิดต่อไปอย่างเป็นรูปธรรม ผลที่พึงได้รับคือความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนนั่นเอง “น้ำอาจสร้างปัญหาให้แก่ชีวิตได้ถ้าไม่รู้จักน้ำ”

 

ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ
16/10/57

You are here



ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ
สังกัดกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย 
กระทรวงมหาดไทย

4353 อาคารศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ 
แขวงบางนา เขตบางนา กทม. 10260 
สอบถามเรื่องแผ่นดินไหวโทร : 
0-2399-4114 
ติดต่อสอบถามด้านธุรการ 
0-2399-0881-4 ต่อ 101-102
โทรสาร 0-2399-1133