สภาวะอากาศและการเฝ้าระวังแจ้งเตือนภัย
วันที่ ๕ กรกฎาคม ๒๕๕๕

จากการเฝ้าระวังและติดตามสภาวะอากาศพบว่า ทั่วทุกภาคยังคงมีฝนตกชุก โดยเฉพาะภาคเหนือ (จังหวัดเชียงราย แพร่ น่าน พะเยา และจังหวัดลำปาง) และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (บริเวณจังหวัดหนองคาย สกลนคร อุดรธานี หนองบัวลำภู นครราชสีมา บุรีรัมย์ และจังหวัดสุรินทร์) โดยมีฝนตกปานกลางถึงหนักทั่วพื้นที่ และมีฝนตกหนักถึงหนักมากเป็นบางแห่ง สำหรับภาคตะวันออก (จังหวัดจันทบุรีและจังหวัดตราด) และภาคใต้ฝั่งตะวันตก (จังหวัดระนอง พังงา และจังหวัดภูเก็ต) มีฝนตกปานกลางถึงหนัก
อนึ่ง ในระยะนี้คาดว่าทั่วทั้งประเทศจะยังคงมีฝนตกชุกหนาแน่น และมีฝนตกหนักถึงหนักมากในบางพื้นที่ต่อไปอีก เนื่องจากร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ประกอบกับได้รับอิทธิพลของลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้
สำหรับภาคเหนือ ยังคงเป็นพื้นที่เสี่ยงภัยต่อน้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม ในบริเวณพื้นที่ลาดเชิงเขา พื้นที่ต้นน้ำตามลำน้ำสาขา และพื้นที่ทางน้ำไหลผ่าน (ลุ่มน้ำปิง วัง ยม น่าน) โดยเฉพาะลุ่มน้ำวัง (จังหวัดลำปาง) ลุ่มน้ำยม (จังหวัดแพร่) ลุ่มน้ำน่าน (จังหวัดน่าน) และแม่น้ำสายต่างๆ ที่ลงสู่แม่น้ำโขง (จังหวัดเชียงราย) ส่วนพื้นที่ตัวเมืองหรือพื้นที่ราบระหว่างภูเขาอาจเกิดน้ำท่วมฉับพลัน เนื่องจากฝนตกหนักจนไม่สามารถระบายน้ำได้ทัน สำหรับปริมาณฝนที่จะตกลงมาในขณะนี้ ในภาพรวมยังไม่ส่งผลกระทบที่เกิดจาก
น้ำล้นตลิ่ง นอกจากน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่ม เพราะลุ่มน้ำและเขื่อนสำคัญต่างๆ ในภาคเหนือยังคงรอบรับปริมาณน้ำได้ในระดับหนึ่ง แต่คาดว่าจะมีปริมาณน้ำเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากในพื้นที่มีฝนตกมาได้ระยะหนึ่งแล้ว ซึ่งควรเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำในพื้นที่อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในลุ่มน้ำยม (จังหวัดแพร่) เนื่องจากปริมาณน้ำในลำน้ำสายหลัก และลำน้ำสาขาเพิ่มขึ้นมาก รวมไปถึงอ่างเก็บน้ำในพื้นที่ด้วย และคาดว่าในระยะนี้ ปริมาณน้ำจะเพิ่มขึ้นอีก ซึ่งมวลน้ำก้อนนี้จะเคลื่อนลงไปยังจังหวัดสุโขทัย พิษณุโลก และจังหวัดพิจิตร ตามลำดับ
สำหรับภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ยังคงมีฝนตกในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะจังหวัดหนองคาย อุดรธานี สกลนคร และจังหวัดหนองบัวลำภู พื้นที่ดังกล่าวจึงเป็นพื้นที่เสี่ยงภัยที่อาจเกิดน้ำท่วมฉับพลัน และน้ำท่วมขังในที่ลุ่มและพื้นที่ใกล้ร่องน้ำบริเวณตอนบนของภาค สำหรับปริมาณฝนที่จะตกลงมานี้ ลุ่มน้ำสำคัญ และลำน้ำสาขาต่างๆ ยังคงรอบรับปริมาณน้ำได้อยู่ จึงไม่น่าจะเกิดภัยที่มาจากน้ำล้นตลิ่ง ส่วนที่จังหวัดนครราชสีมา บุรีรัมย์ และจังหวัดสุรินทร์ จะได้รับอิทธิพลจากฝนที่ตกลงมาแล้วไหลลงสู่แม่น้ำมูลทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำมูลสูงขึ้น แต่ลุ่มน้ำมูลยังมีระดับน้ำอยู่ในเกณฑ์น้อยถึงปกติ แม้ว่ามีแนวโน้มเพิ่มขึ้น คาดว่าจะยังคงรองรับปริมาณน้ำได้อีกระดับหนึ่ง
สำหรับภาคตะวันออก เป็นพื้นที่เสี่ยงภัยต่อน้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม (หากเกิดฝนตกเกิน ๙๕ มิลลิเมตรต่อวัน) ในบริเวณพื้นที่ลาดเชิงเขา และพื้นที่ทางน้ำไหลผ่าน โดยเฉพาะในจังหวัดจันทบุรีและจังหวัดตราด ซึ่งในช่วงสองถึงสามวันนี้ในพื้นที่มีฝนตกชุกหนาแน่น ทำให้ปริมาณน้ำสะสมบริเวณเทือกเขาจันทบุรี เทือกเขาบรรทัด เทือกเขาคิชฌกูฏ – สระบาป จะไหลลงมารวมกันในจังหวัดจันทบุรีและจังหวัดตราด ถึงแม้ว่าระดับน้ำในลำน้ำยังคงปกติ แต่ควรเฝ้าระวังสถานการณ์ภัยที่อาจจะเกิดขึ้นในพื้นที่อย่างใกล้ชิด
สำหรับภาคใต้ฝั่งตะวันตก ในบริเวณพื้นที่ชุ่มน้ำเป็นพื้นที่เสียงภัยน้ำท่วมฉับพลัน ส่วนในบริเวณพื้นที่ลาดเชิงเขา และพื้นที่ทางน้ำไหลผ่านอาจเสี่ยงต่อน้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม โดยเฉพาะในจังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต และจังหวัดตรัง ซึ่งในขณะนี้พื้นที่เสี่ยงภัยดังกล่าวยังคงมีฝนตกอยู่อย่างต่อเนื่องมาสามถึงสี่วันแล้ว หากสถานการณ์ยังเป็นเช่นนี้ต่อไป พื้นที่ดังกล่าวซึ่งเคยได้เกิดภัยธรรมชาติมาแล้วจะมีโอกาสสูง
ที่จะเกิดภัยธรรมชาติซ้ำอีก จึงควรเฝ้าระวังสถานการณ์ในพื้นที่อย่างใกล้ชิด
ขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยดังกล่าว โปรดติดตามการแจ้งสถานการณ์ภัยจากธรรมชาติ และระมัดระวังอันตรายต่างๆ จากภัยที่อาจจะเกิดขึ้น ซึ่งศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ จะเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ประกอบสภาวะอากาศในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง และหากมีสถานการณ์ที่อาจเกิดภัยอย่างมีนัยสำคัญ ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ จะแจ้งให้ทราบต่อไป
ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ
5 ก.ค. 55






