รายงานสรุปสถานการณ์ประจำวัน
วันที่ 15 เมษายน 2555
สถานการณ์น้ำท่าและเขื่อน
โดยภาพรวมทั่วทุกภาค สถานการณ์น้ำอยู่ในสภาวะต่ำกว่าเกณฑ์ และมีปริมาณน้ำน้อย ทำให้หลายพื้นที่ยังคงมี
ความแห้งแล้ง กรมชลประทานได้มีการปรับแผนการระบายน้ำของเขื่อนขนาดใหญ่ 4 เขื่อน คือเขื่อนภูมิพล
เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนศรีนครินทร์ และเขื่อนวชิราลงกรณ์ เนื่องจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตได้ประสบปัญหาขาดแคลนพลังงานจึงต้องเสริมการผลิตไฟฟ้าพลังน้ำจากเขื่อนดังกล่าว ทั้งนี้การปรับแผนการใช้น้ำของลุ่มน้ำเจ้าพระยาและลุ่มน้ำแม่กลองจะทำให้น้ำไหลลงสู่ท้ายเขื่อนมากกว่าเกณฑ์ปกติ แต่จะไม่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ท้ายเขื่อน (ข้อมูลกรมชลประทาน เมื่อวันที่ 11 เมษายน 2555)
สำหรับปริมาณน้ำในเขื่อนขนาดใหญ่อ้างอิงข้อมูลวันที่ 13 เมษายน 2555 ส่วนใหญ่อยู่ในระดับร้อยละ 50 ของความจุอ่าง เว้น เขื่อนศรีนครินทร์มีปริมาตรความจุอ่างอยู่ที่ ร้อยละ 76 ของความจุอ่าง
สภาพน้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยาอ้างอิงข้อมูลกรมชลประทาน วันที่ 15 เมษายน 2555 ดังนี้
แม่น้ำเจ้าพระยา สถานี C.2 ปริมาณน้ำไหลผ่าน 780 ลบ.ม./วินาที (เมื่อวาน 818 ลบ.ม./วินาที) ระดับน้ำ
+20.52 ม.รทก. ต่ำกว่าตลิ่ง 5.68 เมตร
เขื่อนเจ้าพระยา สถานี C.13 ปริมาณน้ำไหลผ่าน 303 ลบ.ม./วินาที (เมื่อวาน 261 ลบ.ม./วินาที) ระดับน้ำ
เหนือเขื่อน +16.65 ม.รทก. (เมื่อวาน +16.67 ม.รทก.) ระดับน้ำท้ายเขื่อน +8.17 ม.รทก. (เมื่อวาน +7.88 ม.รทก.)
รับน้ำเข้าระบบส่งน้ำทุ่งฝั่งตะวันออก ปริมาณน้ำไหลผ่าน 213 ลบ.ม./วินาที (เมื่อวาน 205 ลบ.ม./วินาที)
คลองชัยนาท-ป่าสัก (ปตร.มโนรมย์) 167 ลบ.ม./วินาที คลองชัยนาท-อยุธยา (ปตร.มหาราช ) 44 ลบ.ม./วินาที
คลองเล็กอื่นๆ 2 ลบ.ม./วินาที โดยรับน้ำเข้าคลองระพีพัฒน์ (ปตร.พระนารายณ์) 123 ลบ.ม./วินาที
รับน้ำเข้าระบบส่งน้ำทุ่งฝั่งตะวันตก ปริมาณน้ำไหลผ่าน 177 ลบ.ม./วินาที (เมื่อวาน 176 ลบ.ม./วินาที)
คลองมะขามเฒ่าอู่ทอง (ปตร.มะขามเฒ่า-อู่ทอง) ปิดการระบาย แม่นํ้าสุพรรณ (ปตร.พลเทพ) 41 ลบ.ม./วินาที
แม่น้ำน้อย (ปตร.บรมธาตุ) 82 ลบ.ม./วินาที คลองเล็กอื่นๆ 54 ลบ.ม./วินาที
อ.บางไทร สถานี C.29 อัตราการไหลเฉลี่ย 424 ลบ.ม./วินาที (เมื่อวาน 346 ลบ.ม./วินาที)
สถานการณ์ทั่วไป
สถานการณ์ภัยแล้ง อ้างอิงข้อมูลจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยวันที่ 13 เมษายน 2555
ปจจุบันมีพื้นที่ไดประกาศเปนพื้นที่ภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน (ภัยแลง) ตั้งแตวันที่ 2 กุมภาพันธ2555– ปจจุบัน จํานวน 42 จังหวัด 334 อําเภอ 2,442 ตําบล 25,434 หมูบาน ไดแก จังหวัดกําแพงเพชร ลําปาง ลําพูน สุโขทัย
นาน พะเยา พิษณุโลก แพร อุตรดิตถเชียงราย เชียงใหม เพชรบูรณ อุทัยธานี พิจิตร เลย หนองคาย หนองบัวลําภู ศรีสะเกษ ขอนแกน มหาสารคาม บุรีรัมย อุดรธานี อํานาจเจริญ กาฬสินธุ อุบลราชธานี ยโสธร ชัยภูมิ นครราชสีมา นครพนม สุรินทรเพชรบุรี สุพรรณบุรี ประจวบคีรีขันธ กาญจนบุรี ราชบุรี จันทบุรีฉะเชิงเทรา ชลบุรีตราด ปราจีนบุรี นครนายก และจังหวัดภูเก็ต
สถานการณ์มลพิษหมอกควันในพื้นที่ภาคเหนือ : คลี่คลายแล้ว
ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาตามการคาดการณ์ของกรมอุทกศาสตร์
กองบัญชาการกองทัพเรือ
|
|
เวลา |
คาดการณ์ระดับน้ำเทียบจากระดับทะเลปานกลาง (รทก.) (ม.) |
|
น้ำขึ้นเต็มที่ |
02:53 |
สูงกว่า รทก. 0.91 |
|
น้ำลงเต็มที่ |
19:29 |
ต่ำกว่า รทก. 0.57 |
ป้อมพระจุลจอมเกล้า
|
|
เวลา |
คาดการณ์ระดับน้ำเทียบจากระดับทะเลปานกลาง (รทก.) (ม.) |
|
น้ำขึ้นเต็มที่ |
01:14 |
สูงกว่า รทก. 1.31 |
|
น้ำลงเต็มที่ |
17:45 |
ต่ำกว่า รทก. 0.77 |
สรุปสภาวะอากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาประจำวันที่ 15 เมษายน 2555
ลักษณะอากาศทั่วไป วันที่ 15 เม.ย. 55
หย่อมความกดอากาศต่ำเนื่องจากความร้อนปกคลุมประเทศไทยตอนบนทำให้มีอากาศร้อนถึงร้อนจัดบางพื้นที่ในภาคเหนือ และภาคกลาง ประกอบกับคลื่นกระแสลมตะวันออกจะเคลื่อนเข้ามาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ได้แก่ จังหวัดอำนาจเจริญ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี ภาคตะวันออก ได้แก่ จังหวัดจันทบุรี และตราด ภาคกลาง และภาคใต้ ทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนฟ้าคะนอง กับมีลมกระโชกแรงและมีฝนตกหนักบางแห่ง จึงขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระมัดระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และฝนตกหนักในช่วงวันที่ 15-17 เมษายน 2555 ไว้ด้วย
จากภาพถ่ายดาวเทียม เมื่อเวลา 06.30 น.วันที่ 15 เม.ย. 55
กลุ่มเมฆที่1 ประเทศไทยตอนบนท้องฟ้าโปร่งมาก ไม่มีฝน
กลุ่มเมฆที่2 กลุ่มเมฆชั้นสูงปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ไม่มีฝน
กลุ่มเมฆที่3 กลุ่มเมฆฝนปกคลุมภาคใต้โดยมีฝนฟ้าคะนองปกคลุมทางตอนกลางของภาคและตามบริเวชายฝั่ง
กลุ่มเมฆที่4 กลุ่มเมฆฝนปกคลุมชายฝั่งตะวันตกโดยมีฝนฟ้าคะนองปกคลุมตามบริเวณชายฝั่ง
|
|
สรุปฝนในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา โดยทั่วไป พบว่าภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก ภาคใต้ มีปริมาณฝนตกสะสมระดับปานกลางถึงหนักกระจาย สำหรับภาคเหนือและภาคกลางมีประมาณฝนตกเล็กน้อยถึงปานกลางในบางพื้นที่
|
|||||||||||||||||||||
การคาดหมายลักษณะอากาศ
หย่อมความกดอากาศต่ำเนื่องจากความร้อนปกคลุมประเทศไทยตอนบนทำให้บริเวณภาคเหนือและภาคกลางมีอุณหภูมิสูงขึ้นโดยมีอากาศร้อนถึงร้อนจัดในบางพื้นที่กับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน สำหรับในช่วงวันที่ 15-17 เม.ย.คลื่นกระแสลมตะวันออกจะเคลื่อนเข้ามาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออก ภาคกลาง และภาคใต้ ทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนฟ้าคะนองเพิ่มมากขึ้น กับมีลมกระโชกแรงและมีฝนตกหนักบางแห่ง
ข้อควรระวัง
|
ขอให้ประชาชนบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออก ภาคกลาง และภาคใต้ ระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และฝนตกหนักที่จะเกิดขึ้นโดยเฉพาะในช่วงวันที่ 15-17 เม.ย. |






