รายงานสรุปสถานการณ์ประจำวัน
วันที่ 9 เมษายน 2555
สถานการณ์น้ำท่าและเขื่อน
โดยภาพรวมทั่วทุกภาค สถานการณ์น้ำอยู่ในสภาวะต่ำกว่าเกณฑ์ และมีปริมาณน้ำน้อย แทำให้หลายพื้นที่มี
ความแห้งแล้ง สำหรับบางพื้นที่สถานการณ์น้ำท่าเริ่มกลับสู่ภาวะปกติแล้วเนื่องจากมีฝนตกในพื้นที่เพิ่มขึ้น
สำหรับปริมาณน้ำในเขื่อนขนาดใหญ่ ส่วนใหญ่อยู่ในระดับต่ำกว่าร้อยละ 50 ของความจุอ่าง มีอ่างเก็บน้ำบางลางที่มีปริมาณน้ำมากกว่าร้อยละ 80 ของความจุอ่าง
โดยมีรายละเอียดสภาพน้ำประจำวันที่ 9 เมษายน 2555 ดังนี้
แม่น้ำเจ้าพระยา สถานี C.2 ปริมาณน้ำไหลผ่าน 548 ลบ.ม./วินาที (เมื่อวาน 532 ลบ.ม./วินาที) ระดับน้ำ
+19.58 ม.รทก. ต่ำกว่าตลิ่ง 6.62 เมตร
เขื่อนเจ้าพระยา สถานี C.13 ปริมาณน้ำไหลผ่าน 65 ลบ.ม./วินาที (เมื่อวาน 60 ลบ.ม./วินาที) ระดับน้ำ
เหนือเขื่อน +15.51 ม.รทก. (เมื่อวาน +15.45 ม.รทก.) ระดับน้ำท้ายเขื่อน +5.80 ม.รทก. (เมื่อวาน +5.70 ม.รทก.)
รับน้ำเข้าระบบส่งน้ำทุ่งฝั่งตะวันออก ปริมาณน้ำไหลผ่าน 147 ลบ.ม./วินาที (เมื่อวาน 146 ลบ.ม./วินาที)
คลองชัยนาท-ป่าสัก (ปตร.มโนรมย์) 112 ลบ.ม./วินาที คลองชัยนาท-อยุธยา (ปตร.มหาราช ) 32 ลบ.ม./วินาที
คลองเล็กอื่นๆ 3 ลบ.ม./วินาที โดยรับน้ำเข้าคลองระพีพัฒน์ (ปตร.พระนารายณ์) 102 ลบ.ม./วินาที
รับน้ำเข้าระบบส่งน้ำทุ่งฝั่งตะวันตก ปริมาณน้ำไหลผ่าน 188 ลบ.ม./วินาที (เมื่อวาน 182 ลบ.ม./วินาที) คลอง
มะขามเฒ่าอู่ทอง (ปตร.มะขามเฒ่า-อู่ทอง) 6 ลบ.ม./วินาที แม่นํ้าสุพรรณ (ปตร.พลเทพ) 75 ลบ.ม./วินาที
แม่นํ้าน้อย (ปตร.บรมธาตุ) 74 ลบ.ม./วินาที คลองเล็กอื่นๆ 33 ลบ.ม./วินาที
อ.บางไทร สถานี C.29 อัตราการไหลเฉลี่ย 202 ลบ.ม./วินาที (เมื่อวาน 302 ลบ.ม./วินาที)
สถานการณ์ทั่วไป
กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณได้ประกาศเป็นพื้นที่ภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินภัยแล้ง ตั้งแต่วันที่
2 กุมภาพันธ์ 2555 ถึงปัจจุบัน จำนวน 37 จังหวัด 292 อำเภอ 2,114 ตำบล 21,939 หมู่บ้าน ได้แก่ จังหวัดกำแพงเพชร ลำปาง ลำพูน สุโขทัย น่าน พะเยา พิษณุโลก แพร่ อุตรดิตถ์ เชียงราย เชียงใหม่ เพชรบูรณ์ อุทัยธานี พิจิตร เลย หนองคาย หนองบัวลำภู ศรีสะเกษ ขอนแก่น มหาสารคาม บุรีรัมย์ อุดรธานี อำนาจเจริญ กาฬสินธุ์ อุบลราชธานี ยโสธร ชัยภูมิ เพชรบุรี สุพรรณบุรี ประจวบคีรีขันธ์ กาญจนบุรี จันทบุรี ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ตราด ปราจีนบุรี และจังหวัดนครนายก
สถานการณ์มลพิษหมอกควันในพื้นที่ภาคเหนือ : กรมควบคุมมลพิษ
จากผลการตรวจวัดคุณภาพอากาศในพื้นที่ภาคเหนือ วันที่ 9 เมษายน 2555 พบปริมาณฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 10 ไมครอน (PM10) เฉลี่ย 24 ชั่วโมง มีค่าระหว่าง 21.8 – 52.7 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร คุณภาพอากาศโดยรวมอยู่ในระดับดีถึงปานกลาง ปริมาณฝุ่นละอองไม่เปลี่ยนแปลงจากเมื่อวานมากนัก
ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาตามการคาดการณ์ของกรมอุทกศาสตร์
กองบัญชาการกองทัพเรือ
|
|
เวลา |
คาดการณ์ระดับน้ำเทียบจากระดับทะเลปานกลาง (รทก.) (ม.) |
|
น้ำลงเต็มที่ |
02:14 |
สูงกว่า รทก. 0.06 |
|
น้ำขึ้นเต็มที่ |
06:32 |
สูงกว่า รทก. 1.12 |
|
น้ำลงเต็มที่ |
15:34 |
ต่ำกว่า รทก. 0.96 |
|
น้ำขึ้นเต็มที่ |
21:01 |
สูงกว่า รทก. 1.25 |
ป้อมพระจุลจอมเกล้า
|
|
เวลา |
คาดการณ์ระดับน้ำเทียบจากระดับทะเลปานกลาง (รทก.) (ม.) |
|
น้ำลงเต็มที่ |
01:07 |
ต่ำกว่า รทก. 0.14 |
|
น้ำขึ้นเต็มที่ |
05:42 |
สูงกว่า รทก. 1.42 |
|
น้ำลงเต็มที่ |
13:26 |
ต่ำกว่า รทก. 1.30 |
|
น้ำขึ้นเต็มที่ |
19:54 |
สูงกว่า รทก. 1.80 |
สรุปสภาวะอากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาประจำวันที่ 9 เมษายน 2555
ลักษณะอากาศทั่วไป วันที่ 9 เม.ย. 55
บริเวณความกดอากาศสูงที่ปกคลุมประเทศไทยตอนบน และทะเลจีนใต้ มีกำลังอ่อนลงทำให้ภาคเหนือ
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออกมีอุณหภูมิสูงขึ้น โดยจะมีอากาศร้อนกับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน สำหรับลมตะวันออกที่พัดปกคลุมภาคใต้ทำให้บริเวณภาคใต้ยังคงมีฝนกระจายในระยะนี้
จากภาพถ่ายดาวเทียม เวลา 12.30 น. วันที่ 9 เม.ย. 55
กลุ่มเมฆที่ 1 : กลุ่มเมฆฝนปกคลุมภาคเหนือโดยมีฝนปกคลุมทางตอนบนของภาค
กลุ่มเมฆที่ 2 : กลุ่มเมฆฝนปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือโดยมีฝนฟ้าคะนองปกคลุมทางตอนกลางและทางตอนล่างของภาค
กลุ่มเมฆที่ 3 : กลุ่มเมฆฝนปกคลุมภาคกลางโดยมีฝนปกคลุมทางตอนกลางของภาค
กลุ่มเมฆที่ 4 : กลุ่มเมฆฝนปกคลุมภาคตะวันออกโดยมีฝนฟ้าคะนองปกคลุมภาคตะวันออกและตามบริเวณชายฝั่ง
กลุ่มเมฆที่ 5 : กลุ่มเมฆฝนปกคลุมภาคใต้โดยมีฝนฟ้าคะนองปกคลุมทางตอนบนของภาค
|
|
สรุปฝนในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา โดยทั่วไป พบว่ามีฝนตกปานกลางถึงหนักมากบริเวณบางพื้นที่ของ
|
|||||||||||||||||||||
การคาดหมายลักษณะอากาศ
ในช่วงวันที่ 10-12 เม.ย. บริเวณความกดอากาศสูงจากประเทศจีนที่แผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนมีกำลังอ่อนลง ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีอุณหภูมิสูงขึ้น โดยมีอากาศร้อนกับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน
ส่วนปริมาณฝนจะลดลง ส่วนในช่วงวันที่ 13-15 เม.ย.55 คลื่นกระแสลมตะวันออกจะเคลื่อนเข้ามาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออก ภาคกลาง และภาคใต้ ทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนฟ้าคะนองเพิ่มมากขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง
ข้อควรระวัง
ขอให้ประชาชนบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออก ภาคกลาง และภาคใต้ ระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และฝนตกหนักที่จะเกิดขึ้นในช่วงวันที่ 13-15 เม.ย.55






