รายงานสรุปสถานการณ์ประจำวัน
วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2555
สถานการณ์น้ำท่าและเขื่อน
¨ ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออก สถานการณ์น้ำอยู่ในสภาวะปกติ
¨ ภาคกลาง สถานการณ์น้ำในบริเวณลุ่มน้ำภาคกลางอยู่ในสภาวะปกติ สำหรับสถานการณ์
น้ำล้นตลิ่งที่แม่น้ำน้อยในพื้นที่อำเภอเสนา และอำเภอผักไห่ กลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว
¨ ภาคใต้ สถานการณ์น้ำท่าในแม่น้ำสายหลักของภาคใต้อยู่ในสภาวะปกติ
การบริหารจัดการน้ำในเขื่อนขนาดใหญ่ในแต่ละภาค ยังอยู่ในเกณฑ์ปกติ ปริมาณน้ำไหลเข้า
และการระบายน้ำออกมีการบริหารจัดการให้อยู่ในภาวะสมดุลตามแผนการบริหารจัดการน้ำของกรมชลประทานและตามที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อวางระบบการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ (กยน.)
สภาพน้ำท่า วันที่ 18 ก.พ.-55 เวลา 06.00 น.(วันนี้),(เมื่อวาน) เขื่อนภูมิพล ระบาย ( 694 ),( 694 ) ลบ.ม/วิ
เขื่อนสิริกิติ์ ระบาย (569),(574) ลบ.ม./วิ (P.17) อ.บรรพตพิสัย จ.นครสวรรค์ ปริมาณน้ำ (621),(621) ลบ.ม./วิ (N.67) อ.ชุมแสง จ.นครสวรรค์ ปริมาณน้ำ (579),(572) ลบ.ม./วิ (C.2) อ.เมือง จ.นครสวรรค์ ปริมาณน้ำ (1,190),(1,194) ลบ.ม./วิ ระดับน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยา +16.50 ม.(รทก.) ท้ายเขื่อน +10.35 ม.(รทก.) มีปริมาณน้ำไหลผ่าน (705),(758) ลบ.ม./วิ เขื่อนป่าสักฯ ระบาย (71),(71) ลบ.ม./วิ เขื่อนพระรามหก ระบาย(0.00),(0.00) ลบ.ม/วิ (C.29) อ.บางไทร จ.อยุธยา ปริมาณน้ำไหลผ่าน (674),(665)ลบ.ม./วิ (ข้อมูล: กรมชลประทาน)
สถานการณ์ทั่วไป
จากสภาวะอากาศ พายุดีเปรสชันบริเวณทะเลจีนใต้ ซึ่งอาจจะขึ้นฝั่งและสลายตัวที่ประเทศเวียดนาม ทำให้ในช่วงระยะนี้อาจมีส่งผลให้บริเวณภาคตะวันออก และ ภาคกลาง ในระยะนี้ มีฝนตกเพิ่มมากขึ้น สำหรับภาคใต้อาจมีฝนฟ้าคะนอง และคลื่นลมแรงในบางพื้นที่ จึงควรระมัดระวังอันตรายจากสภาวะดังกล่าว
เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2555 มีสถานการณ์หมอกควัน ซึ่งทำให้คุณภาพอากาศมีผลต่อสุขภาพ ได้แก่ อำเภอเมือง ของจังหวัดเชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง แพร่ และจังหวัดพะเยา และอำเภอแม่เมาะ จังหวัดลำปาง
หมายเหตุ : ค่ามาตรฐาน PM10 เฉลี่ย 24 ชั่วโมง เท่ากับ 120 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร
ดัชนีคุณภาพอากาศ AOI (Air Quality Index) ไม่ควรเกิน 100 (ข้อมูล: กรมควบคุมมลพิษ)
ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาตามการคาดการณ์ของกรมอุทกศาสตร์
กองบัญชาการกองทัพเรือ
|
|
เวลา |
คาดการณ์ระดับน้ำเทียบจากระดับทะเลปานกลาง (รทก.) (ม.) |
|
น้ำขึ้นเต็มที่ |
7:39 |
สูงกว่า รทก. 1.07 |
|
น้ำลงเต็มที่ |
23:14 |
ต่ำกว่า รทก. 0.37 |
สรุปสภาวะอากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาประจำวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2555
จากแผนที่อากาศ วันที่ 18 ก.พ. 55 บริเวณความกดอากาศสูงกำลังปานกลางจากประเทศจีนยังคงแผ่ลงมาปกคลุมภาคตะวัน ออกเฉียงเหนือ ประกอบกับมีคลื่นกระแสลมตะวันตกเคลื่อนเข้ามาปกคลุมภาคเหนือตอนบน ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณประเทศไทยตอนบนมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้น และอุณหภูมิจะลดลง 2-3 องศาเซลเซียส ส่วนภาคใต้จะมีฝนเพิ่มมากขึ้นในระยะ 1-2 วันนี้
จากภาพดาวเทียมอุตุนิยมวิทยา เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ วันที่ 18 ก.พ. 55
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนกลางและตอนล่าง มีกลุ่มเมฆฝนปกคลุมฝน (1) ภาคกลางตอนล่างมีกลุ่มเมฆฝนปกคลุมฝน (2) ภาคตะวันออกและบริเวณชายฝั่งมีกลุ่มเมฆฝนฟ้าคะนองอาจทำให้เกิดฝนตกได้ (3) ชายฝั่งภาคใต้ฝั่งตะวันออกมีกลุ่มเมฆฝนฟ้าคะนองปกคลุม (4) พบกลุ่มเมฆที่ก่อตัวเป็น พายุดีเปรสชันบริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลาง มีศูนย์กลางอยู่ห่างประมาณ 800 กิโลเมตร ทางตะวันออกของเมืองโฮจิมินห์ ประเทศเวียดนาม มีความเร็วลมสูงสุดประมาณ 55 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พายุนี้กำลังเคลื่อนตัวทางตะวันตกด้วยความเร็วประมาณ 10 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และยังไม่มีผลกระทบต่อลักษณะอากาศของประเทศไทย ซึ่งกรมอุตุนิยมวิทยาจะเฝ้าระวัง ติดตามอย่างใกล้ชิด และจะประกาศให้ทราบในระยะต่อไป
|
|
สรุปฝนในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ทั่วทุกภาคของประเทศมีฝนเล็กน้อยบางแห่ง
|
|||||||||||||||||||||
การคาดหมายลักษณะอากาศ
ในช่วงวันที่ 18-20 ก.พ. บริเวณความกดอากาศสูงกำลังปานกลางจากประเทศจีนได้แผ่ปกคลุมประเทศไทยตอนบน และทะเลจีนใต้ ประกอบกับมีคลื่นกระแสลมตะวันตกเคลื่อนปกคลุมภาคเหนือตอนบน ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้น และอุณหภูมิจะลดลง 3-5 องศา ส่วนภาคตะวันออกและภาคใต้มีฝนเพิ่มมากขึ้น และมีฝนตกหนักบางแห่ง
สำหรับหย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณทะเลจีนใต้ ได้ทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุดีเปรสชันแล้ว พายุนี้กำลังเคลื่อนตัวเข้ามาบริเวณชายฝั่งประเทศเวียดนามในวันที่ 19-20 ก.พ. และจะอ่อนกำลังลง โดยไม่มีผลกระทบโดยตรงต่อลักษณะอากาศของประเทศไทย
ส่วนในช่วงวันที่ 21-23 ก.พ. บริเวณความกดอากาศสูงที่ปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้จะมีกำลังอ่อนลง ทำให้ประเทศไทยมีอุณหภูมิ
สูงขึ้นกับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน แต่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือยังมีอากาศหนาวเย็นกับมีหมอกในตอนเช้า ส่วนภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ มีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นได้บางแห่ง
ข้อควรระวัง ในช่วงวันที่ 18-19 ก.พ. ขอให้ประชาชนบริเวณภาคตะวันออก และภาคใต้ตอนบน ระวังอันตรายจากฝนตกหนักในระยะนี้






