รายงานสรุปสถานการณ์ประจำวัน
วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2555
สถานการณ์น้ำ
¨ ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สถานการณ์น้ำอยู่ในสภาวะปกติ
¨ ภาคกลาง สถานการณ์น้ำในบริเวณลุ่มน้ำภาคกลางอยู่ในสภาวะปกติ
¨ ภาคตะวันออก สถานการณ์น้ำโดยภาพรวมยังคงปกติ
¨ ภาคใต้ สถานการณ์น้ำท่าในแม่น้ำสายหลักของภาคใต้อยู่ในสภาวะปกติ
สถานการณ์เขื่อน
การบริหารจัดการน้ำในเขื่อนขนาดใหญ่ในแต่ละภาค ยังอยู่ในเกณฑ์ปกติ ปริมาณน้ำไหลเข้า
และการระบายน้ำออกมีการบริหารจัดการให้อยู่ในภาวะสมดุลตามแผนการบริหารจัดการน้ำในสภาวะหน้าแล้งของกรมชลประทาน ทั้งนี้ กรมชลประทานได้ดำเนินการปรับแผนดังกล่าว ตามที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อวางระบบการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ (กยน.) ซึ่งจะทำให้เขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์มีการระบายน้ำ ดังนี้ เดือนกุมภาพันธ์ 2,842 ล้านลูกบาศก์เมตร เดือนมีนาคม 3,038 ล้านลูกบาศก์เมตร และเดือนเมษายน 3,090 ล้านลูกบาศก์เมตร ส่งผลให้เมื่อสิ้นฤดูแล้ง ณ วันที่ 1 พฤษภาคม 2555 เขื่อนภูมิพลมีปริมาณน้ำคงเหลือร้อยละ 45 หรือ 6,044 ล้านลูกบาศก์เมตร และเขื่อนสิริกิติ์ มีปริมาณน้ำคงเหลือร้อยละ 45 หรือ 4,242 ล้านลูกบาศก์เมตร ทำให้มีพื้นที่ว่างในอ่างเก็บน้ำเพียงพอที่จะรองรับปริมาณน้ำฝนที่ตกในช่วงฤดูน้ำหลากของปีนี้
สถานการณ์ทั่วไป
บริเวณความกดอากาศสูงจากประเทศจีนยังคงแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณภาคเหนือ และ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือยังคงมีอากาศหนาวเย็นกับมีหมอกในตอนเช้า ส่วนลมตะวันออกเฉียงใต้พัดนำความชื้นเข้ามาทำให้บริเวณภาคเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลาง ภาคตะวันออก กรุงเทพมหานครและปริมณฑลมีฝนฟ้าคะนองกับมีลมกระโชกแรงเกิดขึ้นได้ในระยะ 1-2 วันนี้ สำหรับในช่วงวันที่ 10-11 ก.พ. คลื่นลมบริเวณอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น โดยอ่าวไทยตอนล่างตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีลงไป จะมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร
ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาตามการคาดการณ์ของกรมอุทกศาสตร์
กองบัญชาการกองทัพเรือ
|
|
เวลา |
คาดการณ์ระดับน้ำเทียบจากระดับทะเลปานกลาง (รทก.) (ม.) |
|
น้ำลงเต็มที่ |
03:09 |
ต่ำกว่า รทก. 0.34 |
|
น้ำขึ้นเต็มที่ |
09:14 |
สูงกว่า รทก. 1.28 |
|
น้ำลงเต็มที่ |
15:32 |
สูงกว่า รทก. 0.24 |
|
น้ำขึ้นเต็มที่ |
19:23 |
สูงกว่า รทก. 0.99 |
ป้อมพระจุลจอมเกล้า
|
|
เวลา |
คาดการณ์ระดับน้ำเทียบจากระดับทะเลปานกลาง (รทก.) (ม.) |
|
น้ำลงเต็มที่ |
01:09 |
สูงกว่า รทก. 1.05 |
|
น้ำขึ้นเต็มที่ |
07:38 |
สูงกว่า รทก. 1.62 |
|
น้ำลงเต็มที่ |
13:39 |
สูงกว่า รทก. 0.21 |
|
น้ำขึ้นเต็มที่ |
18:17 |
สูงกว่า รทก. 1.24 |
สรุปสภาวะอากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาประจำวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2555
จากแผนที่อากาศล่าสุด เมื่อเวลา 01.00 น วันที่ 10 ก.พ. 55 บริเวณความกดอากาศสูงยังคงแผ่ลงมามาทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทยและทะเลจีนใต้ ทำให้บริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนมีอากาศหนาวเย็นลง ส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง และภาคะวันออกมีฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงบางพื้นที่ สำหรับคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น โดยอ่าวไทยตอนล่างตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีลงไป จะมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตรในระยะนี้
จากภาพดาวเทียมอุตุนิยมวิทยา เมื่อเวลา 06.14 น. วันที่ วันที่ 10 ก.พ. 55 พบว่าบริเวณภาคเหนือท้องฟ้าโปร่งเป็นส่วนมากไม่มีฝนและอากาศเย็นเนื่องจากมีมวลอากาศเย็นปกคลุมอยู่ โดยมีกลุ่มเมฆฝนปกคลุมภาคกลางและภาตตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ส่วนภาคใต้ท้องฟ้าโปร่งเป็นส่วนมากไม่มีฝน
|
|
สรุปฝนในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา มีฝนเล็กน้อยบางแห่ง บริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง และภาคใต้ ส่วนภาคตะวันออกมีฝนตกหนักบางพื้นที่
|
||||||||||||||||||||||||
การคาดหมายลักษณะอากาศ
ในช่วงวันที่ 10-11 ก.พ. บริเวณความกดอากาศสูงกำลังค่อนข้างแรงจากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทยและทะเลจีนใต้ ทำให้บริเวณประเทศไทยตอนบนจะมีฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงบางแห่งเกิดขึ้น และอุณหภูมิจะลดลง 2-3 องศาเซลเซียส ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น โดยอ่าวไทยตอนล่างตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีลงไป จะมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตรในระยะนี้
สำหรับในช่วงวันที่ 11-16 ก.พ. จะมีคลื่นกระแสลมตะวันตกเคลื่อนเข้ามาปกคลุมบริเวณภาคเหนือตอนบนทำให้ภาคเหนือมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นในระยะแรก หลังจากนั้นอุณหภูมิจะลดลง 4-6 องศาเซลเซียส
ข้อควรระวัง ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนองลมกระโชกแรงที่จะเกิดขึ้น สำหรับชาวเรือบริเวณอ่าวไทยขอให้ระมัดระวังอันตรายในการเดินเรือในระยะนี้ไว้ด้วย
สรุปสถานการณ์น้ำ อ้างอิงข้อมูล วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2555 (ข้อมูล:กรมชลประทาน)
แม่น้ำเจ้าพระยา สถานี C.2 ที่ อ.เมือง จ.นครสวรรค์ ปริมาณน้ำไหลผ่าน 1,218 ลบ.ม./วินาที (เมื่อวาน
1,218 ลบ.ม./วินาที) ระดับน้ำ +21.87 เมตร ต่ำกว่าตลิ่ง 4.33 เมตร
เขื่อนเจ้าพระยา สถานี C.13 ปริมาณน้ำไหลผ่าน 687 ลบ.ม./วินาที (เมื่อวาน 737 ลบ.ม./วินาที) ระดับน้ำ
เหนือเขื่อน +16.50 ม.รทก. (เมื่อวาน +16.50 ม.รทก.) ระดับน้ำท้ายเขื่อน +10.27 ม.รทก. (เมื่อวาน +10.46 ม.รทก.)
รับน้ำเข้าระบบส่งน้ำทุ่งฝั่งตะวันออก ปริมาณน้ำไหลผ่าน 272 ลบ.ม./วินาที (เมื่อวาน 269 ลบ.ม./วินาที)
คลองชัยนาท-ป่าสัก (ปตร.มโนรมย์) 223 ลบ.ม./วินาที คลองชัยนาท-อยุธยา (ปตร.มหาราช ) 42 ลบ.ม./วินาที
คลองเล็กอื่นๆ 7 ลบ.ม./วินาที โดยรับน้ำเข้าคลองระพีพัฒน์ (ปตร.พระนารายณ์) 158 ลบ.ม./วินาที
รับน้ำเข้าระบบส่งน้ำทุ่งฝั่งตะวันตก ปริมาณน้ำไหลผ่าน 178 ลบ.ม./วินาที (เมื่อวาน 172 ลบ.ม./วินาที)
คลองมะขามเฒ่าอู่ทอง (ปตร.มะขามเฒ่า-อู่ทอง) 35 ลบ.ม./วินาที แม่นํ้าสุพรรณ (ปตร.พลเทพ) 25 ลบ.ม./วินาที แม่นํ้าน้อย (ปตร.บรมธาตุ) 66 ลบ.ม./วินาที คลองเล็กอื่นๆ 52 ลบ.ม./วินาที
เขื่อนพระรามหก ปิดการระบาย
อ.บางไทร สถานี C.29 อัตราการไหลเฉลี่ย 524 ลบ.ม./วินาที (เมื่อวาน 698 ลบ.ม./วินาที)






