รายงานสรุปสถานการณ์ประจำวัน
วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2555
สถานการณ์น้ำ
¨ ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สถานการณ์น้ำอยู่ในสภาวะปกติ
¨ ภาคกลาง
สถานการณ์น้ำในบริเวณลุ่มน้ำภาคกลางอยู่ในสภาวะปกติ อาจมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเนื่องจากมีฝนตกสะสมจากเมื่อวานนี้โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
¨ ภาคตะวันออก อาจมีฝนตกบริเวณชายฝั่งเนื่องจากมีกลุ่มเมฆฝนปกคลุมในบางพื้นที่สถานการณ์น้ำโดยภาพรวมยังคงปกติ
¨ ภาคใต้
สำหรับสถานการณ์น้ำท่าในแม่น้ำสายหลักของภาคใต้อยู่ในสภาวะปกติ
สถานการณ์เขื่อน
การบริหารจัดการน้ำในเขื่อนขนาดใหญ่ในแต่ละภาค ยังอยู่ในเกณฑ์ปกติ ปริมาณน้ำไหลเข้า
และการระบายน้ำออกมีการบริหารจัดการให้อยู่ในภาวะสมดุลตามแผนการบริหารจัดการน้ำในสภาวะหน้าแล้งของกรมชลประทาน ทั้งนี้ กรมชลประทานได้ดำเนินการปรับแผนดังกล่าว ตามที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อวางระบบการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ (กยน.) ซึ่งจะทำให้เขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์มีการระบายน้ำ ดังนี้ เดือนกุมภาพันธ์ 2,842 ล้านลูกบาศก์เมตร เดือนมีนาคม 3,038 ล้านลูกบาศก์เมตร และเดือนเมษายน 3,090 ล้านลูกบาศก์เมตร ส่งผลให้เมื่อสิ้นฤดูแล้ง ณ วันที่ 1 พฤษภาคม 2555 เขื่อนภูมิพลมีปริมาณน้ำคงเหลือร้อยละ 45 หรือ 6,044 ล้านลูกบาศก์เมตร และเขื่อนสิริกิติ์ มีปริมาณน้ำคงเหลือร้อยละ 45 หรือ 4,242 ล้านลูกบาศก์เมตร ทำให้มีพื้นที่ว่างในอ่างเก็บน้ำเพียงพอที่จะรองรับปริมาณน้ำฝนที่ตกในช่วงฤดูน้ำหลากของปีนี้ ผลจากการจัดสรรน้ำ (ข้อมูลอ้างอิงจากวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2555) เฉพาะอ่างเก็บนํ้าขนาดใหญ่ และขนาดกลางทั้งประเทศ ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2554 ถึง ปัจจุบันใช้นํ้าไปแล้ว 15,435 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 48 ของแผนจัดสรรนํ้า ส่วนในเขตลุ่มนํ้าเจ้าพระยา (เขื่อนภูมิพล สิริกิต์แควน้อยฯ และป่าสักฯ) วันนี้ใช้นํ้าไป 124 ล้าน ลบ.ม. ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2554 ถึง ปัจจุบัน ใช้นํ้าไปแล้ว 7,208ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 55 ของแผนจัดสรรน้ำ
ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาตามการคาดการณ์ของกรมอุทกศาสตร์
กองบัญชาการกองทัพเรือ
|
|
เวลา |
คาดการณ์ระดับน้ำเทียบจากระดับทะเลปานกลาง (รทก.) (ม.) |
|
น้ำขึ้นเต็มที่ |
08:10 |
สูงกว่า รทก. 1.26 |
ป้อมพระจุลจอมเกล้า
|
|
เวลา |
คาดการณ์ระดับน้ำเทียบจากระดับทะเลปานกลาง (รทก.) (ม.) |
|
น้ำขึ้นเต็มที่ |
05:59 |
สูงกว่า รทก. 1.68 |
|
น้ำลงเต็มที่ |
22:41 |
ต่ำกว่า รทก. 0.67 |
สรุปสภาวะอากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาประจำวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2555
ลักษณะอากาศทั่วไป วันที่ 5 ก.พ. 55 คลื่นกระแสลมตะวันตกที่เคลื่อนผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ทำให้บริเวณดังกล่าวมีอากาศหนาวเย็นกับมีหมอกในตอนเช้า สำหรับลมตะวันออกเฉียงใต้ยังคงพัดนำความชื้นจากอ่าวไทยเข้ามาปกคลุมบริเวณประเทศไทย ทำให้บริเวณภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลาง และภาคตะวันออก มีฝนฟ้าคะนองบางแห่งถึงเป็นแห่งๆ ในระยะ 1-2 วันนี้
จากภาพดาวเทียมอุตุนิยมวิทยา เมื่อเวลา 06.30 น. วันที่ 5 ก.พ. 55 พบว่า ภาคเหนือท้องฟ้าโปร่งเป็นส่วนมากเนื่องจากมีคลื่นกระแสลมตะวันตกที่เคลื่อนผ่านภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ทำให้บริเวณดังกล่าวมีอากาศหนาวเย็นกับมีหมอกในตอนเช้า ภาคกลางตอนกลางมีเมฆฝนปกคลุมซึ่งพัดมาจากทางด้านตะวันตกของประเทศ ภาคตะวันออกบริเวณชายฝั่งมีฝนฟ้าคะนองปกคลุม ส่วนภาคใต้ไม่มีกลุ่มเมฆฝนปกคลุม
|
|
สรุปฝนในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา บริเวณประเทศไทยตอนบนมีฝนบางแห่งถึงเป็นแห่งๆ ส่วนภาคใต้มีฝนฟ้าคะนองกระจาย และมีฝนตกหนักบางพื้นที่
|
|||||||||||||||||||||
คาดหมาย
การคาดหมาย ในช่วงวันที่ 5-7 ก.พ. บริเวณความกดอากาศสูงกำลังปานกลางที่ปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้มีกำลังอ่อน แต่ยังคงทำให้ภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีอากาศเย็นกับมีหมอกในตอนเช้า กับมีหมอกหนาในบางพื้นที่ ส่วนภาคกลางและภาคตะวันออกจะมีลมตะวันออกเฉียงใต้พัดนำความชื้นจากอ่าวไทยเข้ามาปกคลุม ทำให้มีฝนบางแห่งถึงเป็นแห่งๆ เกิดขึ้นในระยะนี้ ในช่วงวันที่ 8-11 ก.พ. บริเวณความกดอากาศสูงกำลังปานกลางระลอกใหม่จากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ ทำให้บริเวณประเทศไทยตอนบนจะมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้น และอุณหภูมิจะลดลง 2-4 องศาเซลเซียส โดยเริ่มที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือก่อนในระยะแรก ส่วนภาคอื่นๆ จะมีผลกระทบในระยะต่อไป สำหรับในช่วงวันที่ 9-11 ก.พ. บริเวณภาคใต้จะมีฝนเพิ่มมากขึ้น และมีฝนตกหนักบางแห่ง คลื่นลมบริเวณอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น โดยมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร
ข้อควรระวัง
ข้อควรระวัง ในช่วงวันที่ 5-7 ก.พ. ขอให้ประชาชนบริเวณภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือเพิ่มความระมัดระวังในการสัญจรในบริเวณที่มีหมอกหนา ส่วนในช่วงวันที่ 8-11 ก.พ. ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนองที่จะเกิดขึ้น สำหรับชาวเรือบริเวณอ่าวไทยขอให้ระมัดระวังอันตรายในการเดินเรือในระยะนี้ไว้ด้วย
สรุปสถานการณ์น้ำ อ้างอิงข้อมูล วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2555 (ข้อมูล: กรมชลประทาน)
แม่น้ำเจ้าพระยา สถานี C.2 ที่ อ.เมือง จ.นครสวรรค์ ปริมาณน้ำไหลผ่าน 1,198 ลบ.ม./วินาที (เมื่อวาน
1,165 ลบ.ม./วินาที) ระดับน้ำ +21.82 เมตร ต่ำกว่าตลิ่ง 4.38 เมตร
เขื่อนเจ้าพระยา สถานี C.13 ปริมาณน้ำไหลผ่าน 679 ลบ.ม./วินาที (เมื่อวาน 630 ลบ.ม./วินาที) ระดับน้ำ
เหนือเขื่อน +16.50 ม.รทก. (เมื่อวาน +16.50 ม.รทก.) ระดับน้ำท้ายเขื่อน +10.23 ม.รทก. (เมื่อวาน +10.00 ม.รทก.)
รับน้ำเข้าระบบส่งน้ำทุ่งฝั่งตะวันออก ปริมาณน้ำไหลผ่าน 269 ลบ.ม./วินาที (เมื่อวาน 269 ลบ.ม./วินาที)
คลองชัยนาท-ป่าสัก (ปตร.มโนรมย์) 223 ลบ.ม./วินาที คลองชัยนาท-อยุธยา (ปตร.มหาราช ) 40 ลบ.ม./วินาทีคลองเล็กอื่นๆ 6 ลบ.ม./วินาที โดยรับน้ำเข้าคลองระพีพัฒน์ (ปตร.พระนารายณ์) 104 ลบ.ม./วินาที
รับน้ำเข้าระบบส่งน้ำทุ่งฝั่งตะวันตก ปริมาณน้ำไหลผ่าน 204 ลบ.ม./วินาที (เมื่อวาน 211 ลบ.ม./วินาที)
คลองมะขามเฒ่าอู่ทอง (ปตร.มะขามเฒ่า-อู่ทอง) 36 ลบ.ม./วินาที แม่นํ้าสุพรรณ (ปตร.พลเทพ) 20 ลบ.ม./วินาที แม่นํ้าน้อย(ปตร.บรมธาตุ) 96 ลบ.ม./วินาที คลองเล็กอื่นๆ 52 ลบ.ม./วินาที
เขื่อนพระรามหก ปิดการระบาย
อ.บางไทร สถานี C.29 อัตราการไหลเฉลี่ย 472 ลบ.ม./วินาที (เมื่อวาน 582 ลบ.ม./วินาที)






